สมาคมกรีฑาโลก ยกให้ “วิ่งผ่าเมือง” สู่ TOP 10 ในมาราธอนเมืองหลวงโลก

“สมาคมฯ กรีฑาโลก” ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีมาถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมที่จะผลักดันโครงการวิ่งผ่าเมือง เข้าสู่ TOP 10 มาราธอนเมืองหลวงโลก และการจัดงาน “วิ่งผ่าเมือง” ครั้งที่ 4 ได้เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จได้รับคำชื่นชมอย่างงดงาม

ผู้ว่าการ ททท. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ในฐานะที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะอำนวยการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยว ในรายการแข่งขัน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก พรีเซ็นต์ บาย โตโยต้า” ครั้งที่ 4 หรือเรียกอีกชื่อว่า โครงการ “วิ่งผ่าเมือง” เป็นการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมทั้งยังได้รับเงินรางวัลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,729,500 บาท ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา และได้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น กว่า 15,000 คน รายงานข่าวได้เปิดเผยว่า ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ได้ถือว่าเป็นการจัดงานที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ทางคณะกรรมในการจัดการแข่งขันฯ มีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มมาตรการที่จะต้องป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปตามของข้อกำหนดที่ทาง ศบค. ได้กำหนดไว้ และทางสมาคมกรีฑาโลก (World Athletics) ซึ่งถือว่าได้ประสบความสำเร็จเป็นไปอย่างงดงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบซักประวัติเรื่องของการฉีดวัคซีน และก่อนเริ่มการแข่งขันได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย ATK กับเจ้าหน้าที่และนักวิ่งทุกคน แบบ 100% จนทำให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนเกิดความมั่นใจว่าในการเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้ มีความปลอดภัย และปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงศักยภาพของคณะทีมผู้จัดงาน ไทยแลนด์ไตรลีก และทางด้านของสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ที่ได้ดำเนินการจัดงานออกมาสร้างความประทับใจให้แก่นักวิ่งทุกคนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ในการนี้ทางด้านของ ททท. จะดำเนินการจัดทำรายงานที่เกี่ยวกับการจัดงานเพื่อนำเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยเนื้อหาของรายงานคือ สรุปเกี่ยวกับการจัดงาน และวิธีในการบริหารงานทางด้านการสาธารณสุข เพื่อที่จะได้นำเป็นตัวอย่างในการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬา ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระดับ Mass Participation Event ในลำดับต่อไป

 

ทางด้านของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแลนด์ ไตรลีก นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ในฐานะที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ ได้กล่าวไว้ว่า ล่าสุดทางส่วนของตนนั้นได้รับหนังสือด่วนจากทางด้านของสมาคมกรีฑาโลก ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เพื่อแสดงความยินดี ที่ทางคณะทำงานสามารถดำเนินการจัดงานวิ่งมาราธอนในเมืองหลวงได้ประสบความสำเร็จ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยลุล่วงไปด้วยดี และยังถือว่าการจัดงานครั้งนี้ เป็นการจัดงานรายการแรกของทวีปเอเชีย และทางด้านของ สมาคมกรีฑาโลก มีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือจัดส่งคณะจัดงานที่มีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในเรื่องการจัดงานวิ่งมาราธอนระดับโลก มาเพื่อช่วยในการจัดงานครั้งต่อไป อีกทั้ง การประชุมสัมมนาประจำปีของทาง สมาคมกรีฑาโลก (World Athletics Global Running Summit 2022) ทางด้านของ สมาคมกรีฑาโลก ยินดีที่จะให้การสนับสนุนทางด้านของงบประมาณเพื่อใช้ในการจัดงานดังกล่าว ซึ่งกำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 1-4 ธ.ค.65 นี้ จะมีผู้เข้าร่วมในการสัมมนาจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก คือ กลุ่มผู้จัดงานมาราธอนระดับ World Major, Gold/Silver/Bronze Label ในช่วงของการจัดงาน ATMBKK ครั้งต่อไป

 

และนายกอบเกียรติ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจัดงานวิ่งมาราธอนในรายการนี้ได้เป็นความร่วมมือกันระหว่างการทำงานของภาคเอกชนและภาครัฐ ได้มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานก็คือเพื่อที่จะสร้างกิจกรรมการกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำปีในระดับโลกให้เกิดขึ้นในเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงเทพมหานคร และได้ตั้งเป้าหมายให้การจัดงานรายการนี้ได้เป็น 1 ใน 10 ของการจัดงานวิ่งมาราธอนในระดับโลก ที่ได้จัดขึ้นในเมืองหลวง และได้คาดหวังว่าจะสามารถที่จะสร้างรายได้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจของไทยด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในแต่ละครั้งได้มากถึง 650 ล้านบาท

 

ส่วนของผลการแข่งขันครั้งนี้ได้สรุปไว้ ดังนี้

การแข่งขันวิ่งมาราธอน 42.195 กม.

  • รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประเภท อีลิทชาย ได้แก่ เดวิด คิเบท (เคนย่า) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 22.17 ชม.
  • รางวัลที่ 2 โจเซฟ เอ็มวานกี (เคนย่า) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 28.30 ชม.
  • รางวัลที่ 3 นิกูเซ เคเบเด (เอธิโอเปีย) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 28.53 ชม.

 

  • รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเภทชายไทย ได้แก่ สัญชัย นามเขต ทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญเงิน ซีเกมส์ ครั้งที่ 30 เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 29.42 ชม.
  • รางวัลที่ 2 บุญถึง ศรีสังข์ นักกรีฑาทีมชาติไทย เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 37.21 ชม.
  • รางวัลที่ 3 ภัทรพล น้อยหมอ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 41.27 ชม.

 

  • รางวัลชนะเลิศ ประเภทอีลิทหญิง ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้แก่ อเล็กซานดรา โมโรโซวา (รัสเซีย) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 53.36 ชม
  • รางวัลที่ 2 ลินดา จันทะชิต เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 04.37 ชม.
  • รางวัลที่ 3 ดอคาส เจโบติป ทารัส (เคนย่า) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 15.35 ชม.,

 

  • ชนะเลิศประเภท หญิงไทย ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้แก่ ลินดา จันทะชิต เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 04.37 ชม.
  • รางวัลที่ 2 โสรยา ทะวงศ์ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 17.10 ชม.
  • รางวัลที่ 3 ดาริกา สุวรรณมงคล เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 21.01 ชม.

 

ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม.

  • ชนะเลิศ ประเภทอีลิทชาย ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้แก่ “แฝดบิ๊ก” ณัฐวุฒิ อินนุ่ม ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 07.09 ชั่วโมง
  • รางวัลที่ 2 คริสตอฟ ฮาดาส (โปแลนด์) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 07.43 ชม.
  • รางวัลที่ 3 “แฝดเบล” ณัฐวัฒิ อินนุ่ม ทีมชาติไทย เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 09.24 ชม.

 

  • ชนะเลิศ ประเภทอีลิทหญิง ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้แก่ อรนุช เอี่ยมเทศ ทีมชาติไทย เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 24.11 ชม.
  • รางวัลที่ 2 ดิมิทรี ลี ดุค (ออสเตรเลีย) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 24.24 ชม.
  • รางวัลที่ 3 อรอนงค์ วงศร เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 24.30 ชม.

 

มินิมาราธอน 10.5 กม.

  • ชนะเลิศ ประเภททั่วไปชาย ได้แก่ คริสตอฟ ฮาดาส (โปแลนด์) เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 51 นาที
  • ที่ 2 ณัฐวุฒิ อินนุ่ม เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 54 นาที
  • ที่ 3 ณัฐวัฒิ อินนุ่ม เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 08 นาที,

 

  • ชนะเลิศ ประเภททั่วไปหญิง ได้แก่ ศรัญญา บัวไพร เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 24 นาที
  • ที่ 2 อริสรา สิงห์สัจจเทศ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 26 นาที
  • ที่ 3 ปารียา สนเส็ม เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 38 นาที